STEAM คืออะไร ใครเคยสงสัยแบบผมบ้าง?


หวัดดีคร้าบ พังค์บอทกลับมาแล้วครับ จากคราวที่แล้วที่ได้พูดถึงสังคม Maker ในอเมริกาและการสร้างสังคมรูปแบบนี้ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทายมากครับ ครั้งนี้เราเลยน่าจะมาลองทำความรู้จักกับตัวแปรที่ทำให้สังคมแบบนี้พัฒนาในต่างประเทศกันดีกว่า คิดว่าเพื่อนๆบางคนอาจจะเคยได้ยินหรือได้เห็นคำว่า STEM มาก่อน ไม่ใช่ STEM ที่แปลว่าลำต้นต้นไม้นะครับ STEM ในที่นี้หมายถึง ระบบการศึกษาที่เน้นการเข้าถึงศาสตร์ 4 ชนิด วิทยาศาสตร์ (S), เทคโนโลยี (T), วิศวกรรมศาสตร์ (E), และคณิตศาสตร์(M) เพื่อใช้ในการนำทางและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในด้านต่างๆ ไอ้เจ้า STEM เนี่ยเป็นที่แพร่หลายอยู่พักนึงเลยครับ แต่ต่อมาปรากฏว่ามีคนเห็นแย้งกันมาก ว่าการเรียนแบบ STEM เนี่ยมันขาดการสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์มากเลย (พูดไปพูดมาคล้ายๆประเทศแถวนี้เลย ที่เน้นแต่สายวิทย์) ก็เลยมีการวิเคราะห์กันใหม่ และใส่ความติสท์ เอ๊ย ART เข้าไปใน STEM ทำให้เกิดเป็น STEAM ขึ้นมาครับ โดยการเรียนผ่านระบบ STEAM จะทำให้นักเรียนรู้จักการรับมือกับความเสี่ยงโดยผ่านการคิดวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน เรียนรู้จากประสบการณ์ มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา รู้จักการทำงานเป็นทีม และทำงานด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนำพาไปสู่การเป็นนักประดิษฐ์ นักสร้างสรรค์นวัตกรรม ผู้ให้ความรู้ หรือผู้นำในอนาคตครับ จึงไม่น่าแปลกใจเลยครับว่าเราจะเห็นสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงโลก เช่น คอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต, รถยนต์ไฟฟ้า ออกมาจากประเทศที่เน้นการศึกษาแบบ STEAM เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น


แม้กระทั่งเฮีย Obama ยังลุยด้านนี้เลยครับ ในภาพคืองาน White House Science Fair ซึ่งจัดให้มีการประกวดผลงานด้านนี้อยู่บ่อย ๆ ครับ (ภาพจาก whitehouse.gov โดย Pete Souza)

ส่วนในประเทศไทยเองก็เริ่มมีการปลูกฝัง STEAM ลงในหลักสูตรการศึกษาบ้างแล้ว แต่ยังมีน้อยมากๆครับ

องค์ประกอบสำคัญของ STEAM คือ

ต้องมีการเรียนรู้อย่างน้อย 2 หัวข้อเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์, คณิตศาสตร์ หรือศิลปะ และสามารถเกี่ยวโยงไปหัวข้ออื่นๆได้
เน้นในด้านการทดลอง ทำงานร่วมกัน และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเรียนรู้
ให้ความสำคัญกับการนำศิลปะด้านต่างๆมาประยุกต์และใช้ประกอบกับการเรียนด้านอื่นๆ โดยพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (แต่เดิมระบบการเรียนแบบ STEM ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีการรวมด้านศิลปะ ทำให้ขาดการสร้างความคิดสร้างสรรค์ จึงเป็นที่มาของระบบ STEAM ซึ่งรวม Art เข้าไปด้วย)

เรียกว่าครูและนักเรียนในระบบ STEAM เนี่ยจะต้องมีการสื่อสารและปฎิสัมพันธ์กันจริงๆ ทำให้โรงเรียนไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่สำหรับไปเรียน แต่เป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาการเติบโตของการสร้างความคิด สร้างพื้นฐานการเข้าสังคม และเป็นรากฐานในการพัฒนาบุคคลให้กลายเป็นนักประดิษฐ์และผู้สร้างนวัตกรรมในอนาคตเลยล่ะครับ

ในคราวหน้าก็ถึงส่วนสำคัญล่ะครับ ว่าไอ้เจ้า STEAM เนี่ยมันเกี่ยวกับ BotNLife บ้านของผมยังไง

อย่าลืมตามอ่านตอนหน้านะคร้าบ